Tuesday, 29 November 2022

เกลือในหน้าประวัติศาสตร์โลก

28 Oct 2022
57

เกลือในหน้าประวัติศาสตร์โลก

เมื่อพูดถึง ‘เกลือ’  ทุกคนย่อมรู้จักกันดีในฐานะเครื่องปรุงรสชาติอาหารชนิดหนึ่งที่ให้ความเค็ม เป็นตัวช่วยดึงรสหวานตามธรรมชาติของวัตถุดิบในอาหาร ช่วยทำให้อาหารมีรสชาติอร่อยกลมกล่อมขึ้น เกลือนั้นปรากฏอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์มนุษยชาติและประวัติศาสตร์โลกมายาวนานกว่าหกพันปี ที่มนุษยได้ค้นพบคุณค่าและได้นำเกลือมาใช้เป็นเครื่องปรุงรสชาติอาหาร ถนอมอาหารเพื่อช่วยยืดอายุอาหารให้เก็บไว้ได้นานขึ้น อีกทั้งในบางประเทศเกลือก็ยังมีความสำคัญในทางพิธีกรรมและความเชื่ออีกด้วย เรียกได้ว่าเกลือเป็นความเค็ม ที่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีความจำเป็นในการดำรงชีวิต เป็นที่ต้องการของผู้คนทุกเชื้อชาติ และในหน้าประวัติศาสตร์นั้นเกลือก็ยังมีความหมายยิ่งใหญ่ในฐานะวัตถุดิบที่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของมนุษย์ และยังมีค่ายิ่งกว่า’ทองคำ’ อีกทั้งยังเป็นตัวที่ก่อให้เกิดสงครามได้อีกด้วย ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น ตาม cupo ไปดูกันเลยครับ

1.เกลือ มีค่ามากยิ่งกว่า ทองคำ

เกลือในหน้าประวัติศาสตร์โลก

หากทองคําเป็นเสมือนสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งและความร่ํารวยของโลกในยุคปัจจุบันแล้ว ทราบหรือไม่ครับว่า ในช่วงหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์เกลือนั้นมีมูลค่ายิ่งกว่าทองคํา ซึ่งหากย้อนกลับไปในยุคสมัยอาณาจักรโรมันรุ่งเรือง เกลือถูกนํามาใช้สอยมีค่าเสมือนเงินตรา ใช้แลกเปลี่ยนกับสิ่งของต่างๆ นั่นเป็นเพราะในยุคสมัยนั้น กว่าจะได้เกลือมานั้นยากและลําบากต้องใช้แรงงานคนขุดเหมืองลงไปเพื่อนําเกลือขึ้นมา อีกทั้งยังมีกระบวนการขนส่งที่ยุ่งยากและต้องทํากันในช่วงหน้าแล้งเท่านั้น เพื่อเลี่ยงการเกิดเชื้อราและนอกจากเกลือจะเป็นสิ่งสําคัญที่สามารถใช้ประโยชน์ในชีวิตประจําวันของผู้คนในยุคโบราณมากมาย ทั้งถนอมอาหาร ปรุงรสชาติอาหารและทํายารักษาโรคแล้ว

เกลือในหน้าประวัติศาสตร์โลก

เกลือนั้นยังถูกนํามาใช้เป็นค่าตอบแทน ค่าแรงให้กับข้าราชการ และเหล่าทหารที่กลับมาจากการทําสงครามอีกด้วย เรียกได้ว่าในอดีต เกลือนั้นเป็นตัวที่สามารถชี้วัดถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจของอาณาจักรต่างๆผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษาศาสตร์จึงได้ตั้งข้อสันนิษฐานเอาไว้นะครับว่า รากศัพท์ของคําว่าสารารี่ที่หมายถึงเงินเดือนในปัจจุบัน ก็น่าจะมาจากการจ่ายค่าแรงด้วยเกลือหรือ salt ของอาณาจักรโรมันโบราณนั่นเอง

2.จากเมืองเล็กสู่ศูนย์กลางของเกลือ

เกลือในหน้าประวัติศาสตร์โลก

เกลือในอดีตนั้นมีบทบาทสําคัญในการกําหนดอํานาจและที่ตั้งของเมืองใหญ่ของโลกเมืองลิเวอร์พูล ซึ่งมีเหมืองเกลือเชชเชอร์ ซึ่งเป็นเหมืองเกลือใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทําให้เมืองนี้เปลี่ยนจากเมืองท่าเล็กๆในอดีตของอังกฤษให้เป็นท่าเรือส่งออกที่สําคัญ จนเกิดการค้าข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกและกลายเป็นศูนย์กลางของเกลือส่วนใหญ่ของโลกในศตวรรษที่สิบเก้าหรืออย่างในฝรั่งเศส Marseyor ได้กลายเป็นเมืองท่าสําคัญที่รับเกลือซึ่งถูกลําเลียงมาจากแม่น้ำโดรนเพื่อส่งต่อเกลือไปยังพื้นที่ห่างไกลนอกจากนี้การขนส่งเกลือในยุคก่อนก็ยังทําให้เกิดเส้นทางเกลือหรือเกิดขึ้นมากมายตามเมืองต่างๆ

3.สงครามกลางเมืองอเมริกา

ในประวัติศาสตร์ของอเมริกาในสมัยศตวรรษที่สิบเก้า ได้เกิดสงครามระหว่างรัฐทางตอนเหนือและทางตอนใต้ของอเมริกาซึ่งได้เกิดขึ้นหลังจากกองทัพเรือฝ่ายเหนือได้ปิดกั้นน่านน้ำชายฝั่งทะเล ทําให้รัฐทางตอนใต้เกิดวิกฤตขาดแคลนเกลืออย่างหนักส่งผลให้ราคาเกลือน้ำหนักสองร้อยปอนด์ ซึ่งปกตินั้นมีราคาอยู่ที่ห้าสิบเซน กลับสูงขึ้นเป็นสิบห้าดอลลาร์ เรียกว่าสูงขึ้นถึงห้าสิบเท่าตัว วิกฤตขาดแคลนเกลือ ครั้งนี้ทําให้กองทัพใต้ไม่สามารถเคลื่อนกําลังพลได้เพราะมีเกลือไม่พอเพียงให้ทหารทุกคนใช้ในการถนอมอาหาร กระทั่งตอนใต้จึงได้ตั้งเงินรางวัลให้กับผู้ที่สามารถหาแหล่งโดมเกลือได้พร้อมกับจัดให้มีการทําเหมืองเกลือและนาเกลือขึ้นอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ผู้ที่สมัครใจทํางานในเหมืองเกลือหรือนาเกลือ

เกลือในหน้าประวัติศาสตร์โลก

ก็จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเป็นทหาร แรงงานทาสผิวดําจํานวนมากถูกเกณฑ์ให้มาทํางาน ซึ่งการผลิตเกลือในสมัยนั้นใช้คนจํานวนมากและเป็นงานที่ค่อนข้างหนักมาก เพราะว่าต้องเริ่มตั้งแต่การสร้างเตาจนถึงขนน้ำทะเลมาทําเกลือ เหตุนี้แรงงานส่วนใหญ่จึงต้องใช้แรงงานของทาสในเดือนธันวาคมปีหนึ่งพันแปดร้อยหกสิบสี่ กองทัพฝ่ายเหนือสามารถบุกเข้าทําลายแหล่งผลิตเกลือของฝ่ายใต้ได้มากกว่าสามร้อยห้าสิบแห่ง จนเกิดการขาดแคลนเกลือ ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนเนื้อสัตว์ เพราะไม่สามารถเก็บรักษาเนื้อสัตว์หลังจากเชือดแล้วได้ยิ่งไปกว่านั้นเกลือเป็นสิ่งที่จําเป็นสําหรับการเลี้ยงม้าในกองทัพ เมื่อขาดเกลือสัตว์เหล่านี้ก็เริ่มล้มป่วยและในที่สุดการขาดแคลนเกลือและยังสูญเสียแหล่งผลิตเกลือแหล่งใหญ่ในเมือง Soft Vill รัฐเวอร์จิเนีย ถือได้ว่าเป็นปัจจัยสําคัญปัจจัยหนึ่งที่ทําให้ฝ่ายใต้นั้นแพ้ในสงครามกลางเมืองครั้งนี้

4.ภาษีชั่วร้าย

เกลือในหน้าประวัติศาสตร์โลก

ในประเทศฝรั่งเศสช่วงปีหนึ่งพันสองร้อยแปดสิบหก กษัตริย์ฝรั่งเศสได้กําหนดให้คนทุกคนนั้น ต้องจ่ายภาษีเกลือ หรือที่เรียกว่า Gabelle เป็นจํานวนหนึ่งจุดหกหกเปอร์เซ็นต์เท่ากันหมด แต่เมื่อราชสํานักต้องการใช้เงินเพื่อนําไปใช้ในการทําสงครามกับภายนอก จึงได้มีการเรียกเก็บภาษีเกลือในจํานวนเงินที่เพิ่มมากขึ้นจ่ายให้ภาษีเกลือได้กลายเป็นรายได้หลักของราชสํานัก ตลอดช่วงระยะเวลาการเก็บภาษีเกลือในฝรั่งเศสนั้นมีการเปลี่ยนแปลงข้อกําหนดมากมาย แต่ล้วนก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำอย่างมากในประเทศ จนทําให้เกิดความแตกแยกระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐจนกระทั่งภายหลังในปีหนึ่งพันเจ็ดร้อยแปดสิบเก้า หรือเหตุการณ์ปฏิวัติฝรั่งเศส เมื่อราชวงศ์ของประเทศโดนโค่นล้มโดยพลังประชาชนแล้ว

รัฐสภาก็ได้เห็นชอบให้ยกเลิก ภาษีเกลือ พร้อมกับเรียกภาษีนี้ว่าเป็นภาษีชั่วร้าย ในอีกมุมหนึ่งของโลกสมัยที่อังกฤษยังปกครองประเทศอินเดีย ชาวอินเดียที่ผลิตเกลือจะต้องจ่ายภาษีเกลือให้กับจักรวรรดิอังกฤษมากน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณเกลือ ต่อมาเมื่ออังกฤษได้เข้ามาทําการผูกขาดและขึ้นภาษีเกลือทำให้ประชาชนชาวอินเดียทั่วไปได้รับความเดือดร้อนไปด้วย เนื่องจากเรือนั้นมีราคาที่สูงขึ้นอย่างมาก ประชาชนซึ่งนําโดยมหัตมคาลทีจึงออกมาประท้วงต่อต้านภาษีเกลือในแบบอหิวสาเหตุการณ์ในครั้งนี้นับได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่นํามาสู่การเคลื่อนไหวในอินเดียเพื่อประกาศเอกราชจากจักรวรรดิอังกฤษ


3 + 6 =